สร้างธนาคารกระดูกให้ตัวเอง · มากกว่าแคลเซียม

หากคุณคิดว่าโรคกระดูกพรุนเป็นโรคของผู้สูงอายุ ขอให้คิดอีกที   เพราะความจริงมันเกิดได้กับคนทุกวัยและแม้กระทั่งในเพศชาย! จากรายงานขององค์กรโรคกระดูกพรุนนานาชาติ พบว่า ผู้หญิง 1 ใน 3 และ ผู้ชาย 1 ใน 5 ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี  จะเกิดโรคกระดูกพรุนในช่วงชีวิตของพวกเขา  อันจะทำให้เกิดกระดูกแตกมากกว่า 8.9 ล้านครั้งต่อปี  หรือทุก 3 วินาที!

โรคกระดูกพรุนคืออะไร?

โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่กระดูกพรุนและมีแนวโน้มกระดูกแตกแม้โดนกระแทกหรือล้มเล็กน้อยโดยไม่มีอาการบอกเหตุใด ๆ   คุณอาจไม่ทราบว่ามันกำลังทำลายมวลกระดูกของคุณจนกว่าจะเกิดรอยแตกขึ้นที่สะโพก กระดูกสันหลัง หรือข้อมือ  มันอาจนำไปสู่อาการปวดหลังเรื้อรัง  การเปลี่ยนท่าทาง หรือความสูงลดลง   นอกจากนี้ยังลดสมรรถนะการเดินของคุณ  อีกทั้งส่งผลให้เกิดความพิการหรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

คุณจะเสี่ยงมากขึ้น หากคุณเป็นผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี  หมดประจำเดือน  หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน   คุณจะเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้  หากคุณมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคลื่อนไหว  การสูบบุหรี่จัด  การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป  รับประทานอาหารที่ไม่ดี และ บริโภคแคลเซียมไม่เพียงพอ

โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

กระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น   กระดูกสร้างตัวเร็วกว่าถูกทำลายจนมีมวลกระดูกเพิ่มขึ้นจนกว่าจะถึงขั้นสูงสุดในวัย 30!

จากนั้น  เมื่อมีอายุมากขึ้น  การสลายของกระดูกจะแทนที่การสร้างตัว  ส่งผลให้สูญเสียมวลกระดูก  ซึ่งทำให้กระดูกมีความหนาแน่นน้อยลงและมีแนวโน้มที่จะแตกหัก

พัฒนาสุขภาพกระดูก

เมื่อมีโรคกระดูกพรุน  เราไม่อาจย้อนกลับมาให้กระดูกดีขึ้นได้  แต่ด้วยโภชนาการที่เหมาะสม อาหาร   และแนวการใช้ชีวิตช่วยป้องกันได้มาก   ดังนั้น  การเริ่มสร้างกระดูกที่แข็งแรงในช่วงอายุน้อย ๆ ของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

 

แคลเซียมเป็นสารอาหารหลักที่เหมาะสมในการพัฒนาและการบำรุงรักษากระดูก   ปริมาณแคลเซี่ยมของสารอาหารที่แนะนำ (RNI) คือ 800-1000 มก. ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ชาวมาเลเซีย

แต่พวกเราหลาย ๆ คน ยังบริโภคแคลเซียมต่อวันไม่เพียงพอ   จากการสำรวจผู้ใหญ่ชาวมาเลเซียในปี 2014  พบว่า การบริโภคแคลเซียมของผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยนั้น ต่ำกว่า 50% ของ RNI   เราแนะนำให้คุณเลือกซื้อแคลเซียมเหลวที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด  เพราะแคลเซียมจะดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อบริโภคในปริมาณ 500-600 มก. ต่อการบริโภค

มากกว่าแคลเซียม

เมื่อพูดถึงการเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน แคลเซียมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ   ร่างกายเรายังต้องการสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น แมกนีเซียม  วิตามิน D3  โบรอน  สังกะสี  แมงกานีส  และทองแดงซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสุขภาวะกระดูกที่ดีที่สุด

แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมและใช้งานแคลเซียม  รวมถึงการป้องกันไม่ให้แคลเซียมที่ไม่ดูดซึม เข้าสู่หลอดเลือดแดง  ข้อต่อ  เอ็น  หรือเอ็นก้อนนิ่วในไต  ในทางตรงกันข้ามวิตามิน D3 ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและส่งเสริมการสร้างกระดูก

โบรอน ได้รับการยอมรับมากขึ้น ว่าเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก  ช่วยกระตุ้นการทำงานของวิตามินดีอันช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้เล็ก   โบรอนช่วยสะสมแคลเซียมในกระดูก  ช่วยลดการขับถ่ายของแคลเซียมในปัสสาวะ  นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสบายและความยืดหยุ่นของข้อต่อ  แหล่งโบรอนที่ดีคือ FruiteX-B ซึ่งเป็นโบรอนรูปแบบที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากพืชพร้อมด้วยการดูดซึมได้ดี

เสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกให้กับร่างกาย เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในช่วงวัยทอง